สอนทำกล้วยบวชชี

กล้วยบวชชี ขนมไทยในน้ำกะทิ ที่ทุกคนเคยกิน ตั้งแต่ยังเด็ก ทำยังไงให้หวานมันอร่อย กล้วยสุกนิ่ม ขาวสวย กำลังดี หากอยากรู้วิธีทำแล้วละก็ chophouseoneday มี วิธีทำกล้วยบวชชี มาบอกอย่างละเอียด พร้อมวิธีเพิ่มสีสัน ให้น่ารับประทานมากกว่าเดิม ส่วนจะมีขั้นตอนอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลย   

ขนมไทย ที่ต้มในน้ำกะทิ กับ น้ำตาล คนไทยโบราณมักเรียกว่า บวด เช่น ฟักทองบวด เผือกบวด มันบวด ทำให้เมื่อนำ กล้วย มาต้มอยู่ในน้ำกะทิ จึงถูกเรียกว่า กล้วยบวด เช่นกัน และ ด้วยความที่เป็นขนมที่มีสีขาว คล้ายเครื่องแต่งกายของชี จึงได้มีการเรียกกันติดปากว่า กล้วยบวชชี และ ทำให้คำว่า บวด ในคำว่า กล้วยบวชชี สะกดด้วย ช นับแต่นั้น

ส่วนประกอบของกล้วยบวชชี

กล้วยบวชชีไม่ได้ใส่เพียงแค่กล้วย หรือ น้ำกะทิ เท่านั้น แต่ยังมีส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อปรุงรสให้หวานอร่อย ประกอบด้วย น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย และ เกลือ โดยเกลือในที่นี้ ไม่ได้ใส่เพิ่มรสเค็ม หากแต่ใส่เพื่อดันรสหวาน ทำให้ น้ำกะทิ หวานอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น

กล้วยบวชชี ง่ายๆ

🌟 ส่วนผสม

  • กล้วยน้ำว้าสุกห่าม 8-10 ผล
  • น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • กะทิ 300 กรัม
  • น้ำเปล่า 250 กรัม
  • ใบเตยมัดปม 2-3 ใบ

1. ตั้งน้ำให้เดือดแล้วใส่กล้วยลงไปต้มให้พอสุก ตักขึ้นมาพักไว้
2.ตั้งหม้อใส่หางกะทิ ต้มให้พอร้อน ใส่น้ำตาลลงไปข้นให้น้ำตาลละลาย ตามด้วยเกลือป่น ใส่กล้วยลงไป ต้มต่อประมาณ 5 นาที ใส่หัวกะทิ ต้มต่อให้พอร้อน พร้อมเสริฟ

  • 1.กล้วยที่เหมาะที่จะใช้ทำกล้วยบวชชีที่สุดคือ กล้วยน้ำว้าเลือกหวีห่ามๆ ที่มีสีเหลืองเจือเขียวเล็กน้อย เพราะเมื่อนำไปบวชชี กล้วยจะไม่ฝาดและไม่เละ
  • 2.ได้กล้วยมาแล้วต้องนำไปล้างให้สะอาดทั้งหวี เพื่อป้องกันฝุ่นจากเปลือกลงไปติดเนื้อกล้วย แล้วปอกเปลือก
  • 3.จากนั้นให้ต้มน้ำสะอาดเตรียมไว้รอจนน้ำเดือดพล่าน แล้วจึงใส่กล้วยที่เตรียมไว้ลงไป รอสักพักเพื่อให้กล้วยคายยางออกให้หมดจะได้ไม่ฝาด
  • 4.ตักชิ้นกล้วยขึ้นชิม หากไม่มีรสฝาดแล้วตักขึ้นจากหม้อ แล้วนำลงแช่ในอ่างน้ำเย็นจัดหรือน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัดทันที (เพื่อให้กล้วยรัดตัว คงรูปสวย เมื่อนำไปต้มกับกะทิจะได้ไม่เละ)

คุณค่าทางโภชนาการ

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยบวชชี เทียบได้กับคุณค่าทางโภชนาการของ กล้วยน้ำว้า โดยหากทำกล้วยบวชชี โดยใช้กล้วยน้ำว้าขนาดกลาง 1 ลูก อาจให้พลังงาน 105 กิโลแคลอรี่ และ สารอาหารอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

  • คาร์โบไฮเดรต 27 กรัม ประกอบด้วย น้ำตาล 14.4 กรัม ไฟเบอร์ 3.1 กรัม
  • โพแทสเซียม 422 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 31.9 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 10.3 มิลลิกรัม
  • เบต้าแคโรทีน 30.7 ไมโครกรัม
  • โฟเลต 23.6 ไมโครกรัม

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการกินกล้วยบวชชี

กล้วยน้ำว้า มีประโยชน์มากมาย ดังนั้น เมื่อนำมาทำกล้วยบวชชีแล้วบริโภค จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพ อาทิ

  • ช่วยให้อารมณ์ดี มีความสุข เพราะกล้วยน้ำว้ามีสารทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนเอ็นโดรฟีน
  • ช่วยลดความเครียด ช่วยให้หลับสบาย และ ช่วยต้านภาวะซึมเศร้าได้ เพราะสารทริปโตเฟน ทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ควรกินก่อนอาหารเย็น 1 ลูก และ หลังอาหารเย็น 1 ลูก
  • แก้ท้องผูก เพราะมีกากใย ไฟเบอร์สูง กระตุ้นการขับถ่าย ทำให้อุจจาระนุ่ม ขับถ่ายง่าย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ โรคกระเพาะ มะเร็งตับ และ บรรเทาอาการโรคริดสีดวงทวารด้วย
  • แก้อาการท้องเสีย เพราะกล้วยน้ำว่าห่าม มีสารแทนนิน ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย
  • ลดความดัน เพราะมีสารโพเแทสเซียม จะช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายผ่านเหงื่อ ปัสสาวะ

ขนมไทยอย่าง กล้วยบวชชี เป็นขนมที่ทำง่าย กินง่าย เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ ยังได้รับคุณค่าทางสารอาหาร ของกล้วยอีกมากมาย ในทางอ้อมอีกด้วย ดังนั้น หากใครชอบทานขนมไทย ก็อย่าลืมลองไปตามกันดูได้ นอกจากคุณจะทำกล้วยบวชชีได้อย่างช่ำชองแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำ ฟักทองแกงบวด เผือกบวด หรือ มันบวด ได้อีกด้วย